เต็มอิ่ม ! พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์และวัดพระธาตุดอยสุเทพ

หลายคนบอกไว้ว่ามาเชียงใหม่จะพลาด “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ไม่ได้เลย ! และผมเองถึงแม้วันนี้จะมีเวลาว่างเพียงแค่ไม่กี่วัน มากันแบบคนเดียวเดี่ยวๆ ก็จะขอเที่ยวให้หนำใจ ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเลือกอ่านรีวิว หาข้อมูลเพิ่มเติมของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก่อนที่จะออกเดินทาง ทั้งนี้ไม่ใช้อะไรหรอกครับ ก็เพื่อความอินที่มีต่อ แต่ละสถานที่ที่ได้แวะไปเยือนยังไงละครับ

 

 

ผมเองก็เห็นด้วยเหมือนกับที่หลายคนบอกกันเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ รอบข้าง หรือแม้แต่ในเว็บบอร์ดหลายเว็บก็แนะนำว่าจะต้องไปให้ได้กับเส้นทางท่องเที่ยวของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งหากผมอ่านข้อมูลมาไม่ผิด พระธาตุดอยสุเทพเป็นพระธาตุประจำปี และสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของคนที่เกิดปีมะแม และผมเองก็เกิดปีมะแม จะพลาดกันได้ยังไงละครับ

 

หลังจากที่เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เช็คตั๋วเครื่องบินที่จองกันตั้งแต่มีโปรโมชั่นตอนกลางปีที่แล้ว ตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะออกเดินทางสู่โลกกว้างกันอีกครั้ง กับเป้าหมายใหม่ครั้งแรกของผมบนแผ่นล้านนา “จังหวัดเชียงใหม่” หลังจากที่ผมตัดสินหาที่พักในย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนย่านดังที่ใครๆก็ต่างแวะมาเที่ยว มาชม ซึ่งผมคิดว่าที่นี่แหละน่าจะเป็นพื้นที่ทำเล เหมาะที่จะท่องเที่ยวไปยังจุดอื่นๆได้ง่ายๆ และขั้นตอนต่อมาเพื่อความสะดวก และความอินกันอย่างเต็มที่ผมเลือกที่จะจองโปรแกรมทัวร์ผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งโปรแกรมน่าสนใจราคาไม่แรงจนเกินไป “และที่สำคัญสำหรับส่วนตัวผมเองเลยคิดว่ามันบวกลบคูณหาร ราคาก็น่าจะพอๆกับการเหมารถเที่ยวคนเดียว แต่อาจจะได้ความอินแตกต่างกัน”

 

เริ่มต้นทริปกันตั้งแต่เช้าตรู่ 8.00 รถตู้พาผมและเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกหลายคน เข้าชมความสวยงามของพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ที่ในหลวง ร.9 โปรดให้สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี 2504 เรียกได้ที่นี่ว่าเป็นบ้านอีกหลักหนึ่งของพ่อก็เป็นได้นะครับ รวมถึงการใช้รับรองแขกบ้าน แขกเมืองต่างๆอีกด้วย ทีเด็ดของที่นี่ก็คือหากได้มาเยือนในช่วงหน้าหนาวเช่นผมละก็จะมีดอกไม้นานาชนิดให้เลือกชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ หรือ สวนเฟิร์นที่สวยงามตระการตา อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือการได้เข้าไปชื่นชมพระราชวังที่แสนสวยงาม ที่ถูกสร้างด้วยไม้ยูคาลิปตัส ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าชมได้ถึงขั้นใน ผมเองก็พอจะจินตนาการจากที่เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลได้เลยว่าความสวยงาม และความยิ่งใหญ่ของบ้านของพ่อจะมีมากแค่ไหน และส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนเลยว่า ต่อให้อากาศในเมืองเชียงใหม่ หรือในกรุงเทพของเราจะร้อนแรงมากแค่ไหน แต่ที่นี่ “พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์จะมีอากาศหนาวเย็น ลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งปี” ไม่ว่าจะมาเยือนกันช่วงไหน ก็รับรองได้เลยว่าที่นี่จะมีอากาศบริสุทธิ์ ฟอกปอดของทุกคนให้กลับไปสะอาดใสอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

 

สูดอากาศบริสุทธิ์ หายใจให้ลึกเต็มปอดก่อนที่จะนั่งรถลงเส้นทางที่ไม่ได้ลาดชัน เท่าทีควร เพื่อเดินทางไปยังอีกหนึ่งเป้าหมายที่ผมกำลังตามหา นั้นก็คือ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ”

 

หลังจากลงรถได้ไม่นาน ผมก็ดิ่งเดินขึ้นบันไดสูงลิบ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่ผมคิดว่าไหนๆก็มาถึงนี่ทั้งที จะให้ขึ้นลิฟท์ก็จะไม่เท่เอา เลยขอฉายเดี่ยวเดินขึ้นบันไดกันกันดีกว่า เดินผ่านไป 306 ขั้นกว่าจะถึงตัวพระธาตุและบริเวณวัด เล่นเอาหอบใช่เล่น แต่รับรองได้ว่าบรรยากาศและวิวที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆกันเลยทีเดียว ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญมากทางศาสนาพุทธ ที่ถูกก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคของกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 1927 และที่นี่ ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรจุเอาไว้อยู่

 

 

“ผมเองก็ไม่อาจจะจินตนาการได้เลยว่าต้องใช้กำลังคน ต้องใช้หัวใจ และต้องใช้แรงศรัทธามากเพียงไหนถึงจะขนเอาวัสดุการก่อสร้างมาจากพื้นราบ ขึ้นมายังยอดดอยสูงขนาดนี้ได้ รวมถึงเครื่องไม้ เครื่องมือที่ไม่ได้ทันสมัยเหมือนในยุคนี้อีกด้วย สำหรับผมแล้วนี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาจริงๆ สมคำร่ำลือกันจริงๆเลยว่าเมืองล้านนามีความเจริญทั้งทางวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง”

 

หลังจากได้กราบไหว้ สักการะ พระธาตุประจำปีเกิด ปีมะแมของผมเรียบร้อยแล้ว ผมก้าวเท้าเดินมายังจุดชมวิวที่สามารถมองไปไกลได้สุดลูกหู ลูกตา โดยเฉพาะวิวของเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ยังบอกกับผมอีกว่าหากเป็นเวลากลางคืนจะสามารถมองเห็นแสงไฟนับหมื่น นับพันดวงภายในเมืองเชียงใหม่ ที่ดูกลมกลืนกับดวงดาวบนท้องฟ้าได้อย่างดีเลยทีเดียว

 

สำหรับตัวผมเองแล้วนั้น ยิ่งกว่าอิ่มอก อิ่มใจ กับโปรแกรมที่อัดแน่นไปตลอดครึ่งวัน พร้อมเพื่อนร่วมทริปน่ารักจากนานาชาติ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องของการเดินทาง และข้อมูลที่แสนอัดแน่น ไม่ว่าใครจะว่ายังไง สำหรับผมคิดว่าทริปนี้เติมเต็มช่วงเวลาของผมให้มีความสุขมากจริงๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นทริปเพียงครึ่งวันก็ตาม แต่ความประทับใจนี้ผมเก็บเอาไว้ไม่ลืมอย่างแน่นอน

 

About the Author