สุดประทับใจ ! เที่ยวปางช้างแม่สา+โหนสลิง 32 สถานี

                “การได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ คือสิ่งที่หลายคนกำลังใฝ่หา ไม่ว่าคุณเองนั้นจะทำงานอยู่ในเมืองกรุงเทพ หรือทำงานอยู่ที่ใด ที่จะต้องเจอความวุ่นวาย ที่จะต้องเจอการจราจรที่ติดขัด ก็ล้วนต้องการกลับไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกันทั้งนั้น”

 ต้องของบอกก่อนเลยว่าพวกเราเองก็เป็นคนทำงานหาเช้ากินค่ำ มนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่มีความฝันอยากจะได้เข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้กันดูสักครั้ง บางครั้งก็รู้สึกกับตัวเองและพูดกับเพื่อนในกลุ่มอยู่เหมือนกันว่าเราเองเป็นคนไทยแท้ เกิดในประเทศที่มีธรรมชาติโอบล้อมแท้ๆ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวของการขี่ช้าง การไปเลี้ยงช้าง การเข้าป่าไปศึกษาธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นการเล่าเรื่องราวต่อมาจากปากของเพื่อนชาวต่างชาติทั้งสิ้น และการได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้จากปากของเพื่อนชาวต่างชาติคนหนึ่งว่าเข้าไปได้เข้าไปเลี้ยงช้างในหมู่บ้านช้างแห่งหนึ่ง ทำให้จุดประกายความต้องการในการเดินทางของพวกเราในครั้งนี้

 

 

การเดินทางจากกรุงเทพไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ของพวกเราครั้งนี้ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะการรถไฟได้พัฒนาขบวนให้มีความสะดวกสบาย ที่นอนก็หลับสบายสนิทตื่นอีกทีก็ถึงเชียงใหม่ในตอนเช้า ในเช้าวันแรกพวกเราเข้าพักใน Hostel ขนาดเล็กบริเวณคูเมือง ซึ่งราคาไม่แพงมากเหมาะสำหรับกลุ่มการเดินทางของพวกเรา แต่สิ่งที่พวกเรากำลังตามหาอยู่นั้นก็คือ “การได้กลับไปสู่ธรรมชาติ ดื่มด่ำ เติมพลังจากธรรมชาติให้เต็มที่” ก่อนที่จะกลับไปสู้งานอีกครั้ง และจนแล้วจนรอด พวกเราได้ทำการจองโปรแกรมทัวร์ที่คิดว่าตรงกับความต้องการของพวกเรามากที่สุด นั่นก็คือ “การเที่ยวปางช้างแม่สา พร้อมกับการโหนสลิง 32 สถานี ของฟลายอิง สวควอเลอร์ ต้องขอยืดอกยอมรับทุกคนก่อนเลยว่า ที่เลือกจองทัวร์โปรแกรมนี้ก็เป็นเพียงเพราะว่า “เป็นโปรแกรมที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เลือกจอง และมักได้ยินเรื่องราวการโหนสลิง เรื่องราวการเลี้ยงช้าง จากปากชาวต่างชาติกันอยู่เสมอ” เหมือนอย่างที่เคยเกริ่นในตอนต้น

 

และเวลานั้นก็มาถึง พวกเราเริ่มต้นทริปกันตั้งแต่เช้าเวลาประมาณ 8.00 รถก็ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่เข้าสู่ “ปางช้างแม่สา” ปางช้างแม่สาตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเรียกได้ว่าที่เป็นหมู่บ้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือเลยก็ว่าได้  และที่นี่มีกันตั้งแต่การเลี้ยงช้าง ทำการดูแล เนอสเซอรี่ช้าง เพื่อทำให้ยังคงรักษาช้างไทยเอาไว้ได้นานเท่าได้ ซึ่งการเลี้ยงดูของพี่ควาญช้างที่นี่ก็เลี้ยงดูเหล่าลูกช้าง ไม่แตกต่างกับเลี้ยงดูลูกหลานของตัวเองกันสักเท่าไร เพราะต้องอาศัยความรัก และการดูแลกันอยู่มาก  หลายคนอาจจะกำลังกังวลว่า “ปางช้าง” ก็เหมือนสถานที่ทำงาน ใช้แรงงานของช้าง แทนที่จะให้ช้างได้อยู่อย่างเป็นอิสระ แต่พวกเขากลับต้องมาทำงาน แบบนี้จะไม่ดูรังแกสัตว์จนเกินไปหรอ ? และนี่คือคำถามเดียวกันกับพวกเราก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ หลังจากที่พวกเรามาดูวิธีการเลี้ยงดูช้างไม่ว่าจะเป็นลูกช้าง ช้างหนุ่ม หรือช้างชรา ทุกเชือกล้วนถูกดูแลด้วยความรัก และความห่วงใยจากเหล่าควาญช้างทั้งสิ้น ไม่มีเชือกไหนที่ถูกปล่อยปะละเลย แต่ที่กลับได้เป็นเหมือนสถานที่ทำงานของช้าง เมื่อเหนื่อยก็ได้พักผ่อนเหมือนกับคน เมื่อแก่ชราก็เหมือนมีบำนาญ ยังมีคนคอยดูแลไม่ต้องอยู่ลำพัง

 

 

หลังจากที่พวกเราใช้เวลาในการดื่มด่ำบรรยากาศภายในปางช้างแม่สา ดูโชว์ความสามารถของเหล่าช้างแสนรู้ กันจนจบก็ได้เวลา ที่พวกเราจะต้องไปนั่งช้างศึกษาเส้นทางตามธรรมชาติ ที่ช้างหนุ่มกำลังดีจะพาพวกเราออกเดินทาง ตลอดช่วงเวลาที่พวกเรานั่งอยู่บนช้างก็มีโอกาสได้สนทนากับควาญช้าง พวกเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยที่เหล่าควาญช้างมีต่อช้างของพวกเรา ถือว่าเป็นสายใยในครอบครัวเลยก็ว่าได้

 

 

หลังจากได้ใช้เวลาอยู่ใน “ปางช้างแม่สา” กันเป็นครึ่งค่อนวัน ก็ได้เวลาที่พวกเราจะต้องไปสนุกสุดเหวี่ยง แต่ต้องขอบอกกันแบบตรงๆว่าแต่ละคนที่มาร่วมทริปก็กลัวความสูงกันไม่น้อย แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว การได้ทำอะไรแบบนี้ก็เหมือนการปลดปล่อยกันแบบเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใกล้ชิดสู่ธรรมชาติ กับกิจกรรม Zipline หรือการโหนสลิงที่มีมากถึง 32 สถานี ที่จะทำให้คุณมีความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเคยได้ห้อยโหนอยู่ในป่าใหญ่ ใกล้ชิดธรรมชาติพร้อมกับวิวแบบพาโนรามาของ “ม่อนแจ่ม” ราวกับตัวคุณเองเป็นทาร์ซานยังไง ยังงั้น และไม่เพียงแต่การโหนสลิง Zipline เท่านั้น แต่ที่นี่ยังผสมผสานกับกิจกรรมแบบอื่นด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานข้ามต้นไม้ หรือการเล่นสไลด์ตัวลงมาจากต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือจะเป็นกิจกรรมอื่นอีกมากมายหลายสถานี

 

 

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนสุดคุ้มค่า และพวกเราก็มีประสบการณ์สุดแสนประทับใจไปเล่าให้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนฟังได้แล้วว่า ประเทศไทยของเรามีธรรมชาติที่สวยงามมากขนาดไหน และไม่ใช่เหมาะแก่การท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ แต่ประสบการณ์การเดินทางเช่นนี้ก็เหมาะสมกับชาวไทยเช่นกัน และใครที่กำลังมีแพลนวันหยุดจะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ต้องขอแนะนำเลยว่า ห้ามพลาด !

About the Author